วิธีกำจัดไวรัส (กดที่รูป เพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้นะครับ!!!)

ถ้าเกิดว่าเครื่องของคุณมีอาการแปลกๆอย่างเช่นอยู่ดีๆมีข้อความแปลกๆที่ไม่น่าจะเป็นของโปรแกรมที่ใช้อยู่เป็นประจำเด้งขึ้นมาคอมช้ากว่าปกติ หรือการแสดงผลของหน้าจอผิดเพี้ยนไปผมขอบอกว่าคุณโชคดีแล้วล่ะครับที่คุณสามารถสังเกตเห็นเจ้าไวรัสเหล่านี้เพราะไวรัสส่วนใหญ่ในปัจจุบันต่างใช้วิธีติดตั้งอยู่ในเครื่องอย่างแนบเนียนไม่ให้เจ้าของเครื่องรู้ว่าโดนติดตั้งอยู่แต่จะคอยดักจับข้อมูลต่างๆเช่น รหัสบัตรเครดิต หรือข้อมูลสำคัญๆในเครื่อง การรู้ว่าไวรัสนั้นมีอยู่ในเครื่องของเราเป็นสิ่งที่ดีกว่าโดยขโมยข้อมูลโดยไม่รู้ตัวเยอะครับ

เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่าก่อนอื่นถ้าเรารู้ตัวแล้วว่าเครื่องเราติดไวรัสให้ทำการตัดการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตทันทีครับ เพราะเจ้าไวรัสพวกนี้ปกติแล้วมันจะไม่ได้เข้ามาตัวเดียวหรอกแต่พอมันเข้ามาได้แล้วมันจะเปิดช่องให้พวกเพื่อนๆของมันเข้ามากันตรึมครับ ปิดเน็ตไปเลยปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับจากนั้นให้ดูตามรูปที่ผมวาดไว้ข้างล่าง ยกตัวอย่างนะครับถ้าสมมุติกว่าคอมคุณติดไวรัสคุณก็ต้องดูว่าตอนนี้คุณเข้าใช้งานวินโดวได้ตามปกติหรือไม่ถ้าได้ก็ให้ไปหัวข้อ B ลองทำ System Restore ดูครับว่าหายรึป่าว ถ้าไม่หายอีกก็ให้ไปที่หัวข้อ C ลองใช้แอนตี้ไวรัสสแกนแล้วลบดูว่าช่วยได้หรือไม่ถ้ายังไม่ได้อีกผมก็แนะนำตามหัวข้อ D ก็คือโหลดแอนตี้ไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง (แต่เป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้งานฟรี)มาลองจัดการไวรัสดูครับ ถึงตอนนี้ถ้าหายก็จบครับสบายใจได้ แต่ถ้าไม่หายล่ะก็...คงถึงเวลาต้องลงวินโดวใหม่หมดแล้วล่ะครับ แก้เสร็จแล้วก็อย่างลืมป้องกันไว้ก่อนนะครับ คราวหน้าจะได้ไม่ติดอีก

 

A: ถ้าหากพ่อแม่พี่น้องไม่สามารถเข้าวินโดวตามปกติได้เลย อันนี้อาการค่อนข้างโคม่าทีเดียวล่ะครับสงสัยว่าคงติดไวรัสมานานแล้วแต่ไม่ได้จัดการ เลยโดยไวรัสมันจัดการซะก่อนอันนี้ผมแนะนำให้ตอนเปิดเครื่องมา หรือตอนบูตเครื่องนั่นแหละ ให้กดปุ่ม F8 รัวๆครับ แล้วมันจะมีหัวข้อให้เลือกหลายอันครับให้เลือกหัวข้อ Safe mode ครั(ในโหมดนี้จะเป็นการเรียกเฉพาะโปรแกรมพื้นฐานบนเครื่องขึ้นมาใช้เท่านั้นซึ่งผมก็หวังว่าในโหมดนี้พวกไวรัสก็จะไม่ถูกเรียกขึ้นมาด้วยเหมือนกัน) ถ้าเข้า Safemode ได้แล้ว แล้วดูเหมือนว่าจะใช้งานได้ค่อนข้างปกติ(ซึ่งสีของจออาจจะดูเพี้ยนๆไปบ้าง) ให้ทำตามในข้อ B ต่อไปครับ แต่ถ้า Safe mode เข้าไปแล้วยังมีปัญหา หรือเข้าไม่ได้ ผมแนะนำข้อE ลงวินโดว์ใหม่ครับ

 

{รูปนี้เป็นภาพของ safe mode ครับ การแสดงผลหน้าจออาจจะผิดเพี้ยนไปบ้างแล้วถ้าสังเกตบริเวณมุมขวาล่างของหน้าจอจะเห็นว่าในโหมดนี้วินโดวจะโหลดเฉพาะโปรแกรมที่จำเป็นจริงๆเท่านั้นขึ้นมา}

 

B: หนทางแรกที่ผมจะแนะนำหลังจากเข้าวินโดวได้แล้วคือ การย้อนเวลากลับไปสู่อดีตที่ยังไม่ติดไวรัสครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายทีเดียวครับ คือให้กดปุ่ม Start Menu แล้วเลือก AllPrograms เลือก Accessories => System Tools => System Restore

 

เสร็จแล้วกด next แล้วให้เราเลือก วันเวลาก่อนหน้าที่จะติดไวรัสลองนึกดูครับว่าอาการแปลกๆมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เลือกช่วงเวลาก่อนหน้านั้นเลยครับ

 

ง่ายมั้ยล่ะครับแค่ย้อนเวลาแต่โดยส่วนมากแล้วพวกไวรัสจะรู้ทันมุขนี้อยู่เสมอๆ มันก็จะพยายามขัดขวางไม่ให้เราทำSystem Restore ซึ่งถ้าไวรัสในเครื่องคุณขัดขวางไม่ให้ System Restore ทำงานได้สำเร็จแล้วล่ะก็ไปต่อข้อ C เลยครับ

 

C: ถ้ามาถึงตอนนี้เจ้าไวรัสยังไม่ยอมลาจากคอมของเราแล้วล่ะก็ต้องให้พระเอกช่วยแล้วหล่ะครับ

-             ในกรณีที่เครื่องคุณมีโปรแกรม antivirus อยู่แล้วให้ทำการอัพเดตตัวโปรแกรมให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดแล้วสแกนเครื่องคอมพิวเตอร์ดูครับ

-             แต่ถ้าคุณยังไม่มีโปรแกรม antivirus ในเครื่องก็ให้โหลดโปรแกรมที่ผมแนะนำไว้ในหัวข้อวิธีการป้องกันไวรัสมาใช้ครับแต่อย่าลืมอัพเดตให้เป็นตัวล่าสุดก่อนนะครับ จากนั้นก็ลองสแกนเครื่องดูกันเลย

 

{รูปนี้เป็นโฉมหน้าโปรแกรม Avast Home Edition ที่ผมแนะนำครับให้กดปุ่มขวาบนที่เป็นเหมือนรูปฮาร์ดดิส แล้วกดปุ่มสามเหลี่ยมทางด้านซ้ายที่เหมือนๆปุ่มเพลย์เวลาดูหนังอะครับ}

 

{รูปนี้เป็นรูปโปรแกรม Malwarebyte's antimalware ครับให้เลือกแถบที่ชื่อว่า update ก่อนเผื่ออัพเดตตัวโปรแกรมเป็นตัวล่าสุด}

 

{เสร็จแล้วก็สแกนกันเลยครับ กดเลือก perform full scan ไปเลย}

หลังจากสแกนเสร็จเราก็มาดูครับว่าคอมพิวเตอร์ของเราเข้าสู่ภาวะปกติรึยังถ้ายังอีกล่ะก็ไปต่อข้อ D

 

D: ถ้าใช้โปรแกรมในข้อ C ไปแล้วยังไม่ได้ผล ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนครับว่าโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแต่ล่ะตัวนั้นมีประสิทธิภาพการทำงานที่แตกต่างกันตัวที่ผมแนะนำไปในข้อ C เป็นของฟรีครับซึ่งต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพอาจจะต่ำกว่าโปรแกรมเสียตังอยู่พอสมควรถ้าโปรแกรมที่ผมแนะนำไปยังใช้ไม่ได้ผล สงสัยต้องลองโปรแกรมเสียตังกันแล้วครับแต่เด๋วก่อนนะครับ ตามหัวข้อบทความข้างบนผมไม่ยอมให้พ่อแม่พี่น้องเสียตังค์กันหรอกครับ คืออย่างงี้ครับเราโชคดีอย่างมากที่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ไม่ฟรีนั้น ถึงแม้มันจะไม่ฟรีแต่ว่าเราสามารถดาวโหลดมาทดลองใช้ได้ฟรีเป็นเวลา30 วันครับ โปรแกรมที่ผมอยากจะแนะนำทุกท่านคือ Kaspersky Internet Security 2009 ดาวโหลดฟรีได้จากเว็บhttp://www.kaspersky.com/trials เลยครับ ก่อนหน้าติดตั้งKaspersky Internet Security 2009ให้uninstallโปรแกรม antivirus ที่มีอยุ่ในเครื่องทั้งหมดออกก่อนนะครับ

 

{ตามสูตรครับ กด update ก่อน หลังจากนั้นก็สแกนหาไวรัสกันเลย}

หลังจากทำตามวิธีข้อ D แล้วจะต้องมีคนอยู่ 2 กลุ่มครับกลุ่มแรกคือหายเป็นปกติครับ อันนี้ผมขอแสดงความดีใจด้วยแต่อย่าลืมครับว่าโปรแกรมที่เราโหลดมานั้นเป็นเวอร์ชั่นทดลองครับ ใช้งานได้แค่ 30วัน หลังจาก 30 วันไปแล้วแล้วแต่คุณแล้วล่ะครับว่าพอใจกับการใช้งานของตัวโปรแกรมหรือไม่ถ้าถูกใจก็ไปหาซื้อเลยก็ได้ครับ เข้าใจว่าราคาไม่เกิน 1000 บาทแต่ถ้าคุณอยากประหยัดเงินแล้วล่ะก็ ใช้โปรแกรมฟรีที่ผมแนะนำไปก็ได้ครับแล้วก็อ่านวิธีการป้องกันไว้ก่อนด้วย ในบทความตอนที่ 1 ผมว่าก็น่าจะโอเคแล้วนะ

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่หายแล้วล่ะก็ มันก็เป็นไปได้ว่าไวรัสในเครื่องคุณมันโหดจริงๆหรือไม่ก็เป็นตัวที่พึ่งออกใหม่จริงๆอันนี้ผมแนะนำให้รอไปก่อนอีกซัก 1 อาทิตย์ เพราะคนทำโปรแกรมของ kaspersky เค้าอาจจะหาวิธีแก้ไขไวรัสตัวนี้ได้แล้วก็ปล่อยมาให้เราอัพเดตโปรแกรมต่อไป (เราก็รออัพเดตโปรแกรมแล้วสแกนดูทุกวันครับ)แต่ถ้าผ่านไปอาทิตย์นึงแล้วยังไม่มีไรดีขึ้น หรือคุณขี้เกียจรอแล้วล่ะก็... ตามข้อE เลยครับ ลงวินโดวใหม่!

 

E: ถ้าหมดทางเลือกแล้วจริงๆ ผมก็แนะนำให้ลงวินโดวใหม่ครับแต่หลังจากลงวินโดวใหม่แล้วผมแนะนำให้ป้องกันไวรัสไว้ก่อนก็ดีนะครับ โดยเฉพาะ flashdriveหรือexternal harddisk ที่เคยเสียบกับคอมตอนก่อนลงวินโดวใหม่ มันอาจจะมีไวรัสอยู่ก็ได้แนะนำให้อ่าน ลาก่อนเจ้าไวรัสตัวร้าย: วิธีป้องกันและกำจัดไวรัสฉบับอ่านง่ายรวดเร็ว ด้วยวิธีแบบฟรีๆ ตอนที่1

 

หมายเหตุ ในบทความนี้ผมจะใช้คำว่าไวรัสตลอด เพราะไม่อยากให้ผู้อ่านสับสน แต่จริงๆแล้ว ใช้คำว่าไวรัสมันก็ไม่ถูกซะทีเดียวผมเลยคิดว่าน่าจะให้ความหมายของคำศัพท์ เอาไว้ด้วย ตามนี้ครับ

Virus: เป็นตัวที่ก่อปัญหา เช่น ลบไฟล์เอกสารสำคัญทำให้เครื่องเปิดไม่ได้ เป็นต้น แต่ปัจจุบันลดจำนวนลงค่อนข้างมาก เพราะคนสร้างไวรัสสร้างไปแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

Malware: เป็นชื่อเรียกรวมๆของ spyware, adware พวกนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมันสามารถขโมยรหัสบัตรเครดิต, password อีเมล พูดง่ายๆคือ มันจะขโมยตังค์คนที่โดนนั่นเอง หรือบางทีมันก็ขึ้นมาเป็นโฆษณาที่สร้างความลำคาญก็มีเหมือนกัน

Trojan: เหมือนกับม้าโทรจันในหนัง troy คือ ถ้ามันเข้ามาในเครื่องแล้วมันจะเปิดประตูให้ไวรัส และมัลแวร์จำนวนมากเข้ามาในเครื่องได้ ถ้าเครื่องติดโทรจันถือว่าอาการหนัก ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูงมาก

Rootkit: ขออธิบายว่าโหดมาก คือถ้าติดแล้วโอกาสที่จะแก้ได้ยาก rootkit จะเป็นเหมือนโทรจัน หรือไวรัสขั้นสูงสามารถหลบหลีกการตรวจจับของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสได้ หรือถ้าตรวจจับได้ก็อาจจะกำจัดไม่ได้ ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

Antivirus software: กำจัดไวรัสได้อย่างเดียว กำจัด malware ได้บ้าง และอาจจะกำจัดโทรจันได้ ถ้าติดตั้งantivirus software แนะนำให้ติดตั้ง antispyware software เพิ่มด้วย

antivirus ที่แนะนำคือ avast home edition (สาเหตุที่แนะนำเพราะมันทำงานได้เร็วมากและฟรีด้วย)

Antispyware software: ส่วนใหญ่จะกำจัดได้แต่ spyware อย่างเดียว แต่ก็มีประโยชน์มาก เพราะปัจจุบัน spyware ได้รับความนิยมอย่างมาก

โปรแกรมที่แนะนำคือ malwarebyte’s anti-malware (ฟรี)

Internet security: เป็นชุดโปรแกรมที่รวม anti-virus, anti-spyware, firewall, anti-phishingand anti-rootkit เข้าด้วยกัน โปรแกรมแบบนี้ดีสุด ป้องกันได้สูงสุด

โปรแกรมที่แนะนำคือ Nortoninternet security (ราคาประมาณ 1000 บาท)

Firewall: เป็นเหมือนด่านตรวจคนเข้าเมืองจะช่วยป้องกันโทรจันและป้องกันเครื่องไม่ให้ถูกแฮ็ก

Anti-phishing: คือ สมัยนี้จะมีการสร้างหน้าเว็บหลอกขึ้นมาเพื่อหลอกขโมยพาสเวิร์ดบัตรเครดิตถ้า เราดันกรอกข้อมูลลงไปในเว็บหลอกซึ่งทำได้เหมือนหน้าเว็บจริงๆอย่างมาก เราก็โดนขโมยตังค์ (ส่วนใหญ่พวกนี้จะส่งลิ้งเว็บหลอกมาทางอีเมลล์ ซึ่งก็มีความเป็นได้ว่าเครื่องคอมของท่านโดน spyware มาก่อนแล้วแฮกเกอร์จึงรุ้ว่าคุณทำธุรกรรมการเงินผ่านเว็บไหนบ้างแล้วจึงทำ เว็บหลอกที่เหมือนจริงออกมา)

 

 

edit @ 12 Apr 2009 12:29:47 by nutelrooy

edit @ 12 Apr 2009 12:59:02 by nutelrooy

edit @ 12 Apr 2009 13:01:55 by nutelrooy

edit @ 12 Apr 2009 18:54:29 by nutelrooy

edit @ 12 Apr 2009 18:56:09 by nutelrooy

edit @ 12 Apr 2009 19:14:31 by nutelrooy

edit @ 12 Apr 2009 19:16:50 by nutelrooy

edit @ 12 Apr 2009 19:26:44 by nutelrooy


โอเค~ เรามาเริ่มเลยดีกว่าครับพ่อแม่พี่น้อง! เคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมเราต้องกำจัดหรือป้องกันไวรัสกันด้วย? ปล่อยมันอยู่กับเราไปเรื่อยๆไม่เห็นเป็นอะไรเลย ไม่เห็นต้องป้องกันอะไรให้มันยุ่งยากเลย

แต่เด๋วก่อนครับ! ไวรัสพวกนี้มันไม่ได้สร้างแค่ความรำคาญอย่างเดียวนะครับ

ลองคิดดูซิว่า คนสร้างไวรัสเค้าสร้างไอไวรัสพวกนี้มาแค่ก่อกวนคนเล่นๆหรอ? เค้าว่างหรือว่าโรคจิตกันขนาดนั้นเลยหรอ?

คำตอบคือ “ไม่ครับ

ไวรัสพวกนี้เค้าเสียเวลาสร้างมามันต้องทำเงินให้กับเค้าได้คุ้มค่าเค้าถึงได้ทำกันครับ ไวรัสพวกนี้สามารถ ขโมยพาสเวิร์ดบัตรเครดิต ของคุณได้ (แน่นอนครับเค้าจะเอาบัตรเครดิตของคุณไปใช้) สามารถขโมยข้อมูลความลับสำคัญของคุณได้! ลบไฟล์สำคัญในเครื่องได้ หรือทำให้เครื่องคุณเปิดไม่ติดอีกเลยก็ยังได้

แต่อย่ากลัวไปครับ เพราะถ้าหากคุณเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเองได้แล้วไม่มีใครทำอะไรคุณได้ครับ เอาล่ะผมจะเริ่มด้วยวิธีการป้องกันก่อนเลยแล้วกัน~

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

วิธีป้องกันไวรัส

มาถึงตอนนี้แล้วผมขอบอกความลับของไวรัสให้คุณรู้หนึ่งอย่างครับ คือไวรัสร้อยล่ะ 99 มันจะมาจากแฟลชไดว์ หรือไม่ก็อินเตอร์เน็ตครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดจะป้องกันมัน ก็ต้องป้องกันจากสองที่นี้ล่ะ!

วิธีป้องกันไวรัสจากอินเตอร์เน็ต

1. การติดไวรัสจากอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการใช้งานผิดๆของผู้ใช้ครับ

พฤติกรรมการใช้งานที่จะนำไปยังการติดไวรัสอย่างแน่นอนเลยก็คือ เปิดเว็บXXX เปิดเว็บปล่อย software ผิดกฏหมาย หรือโหลด mp3 ผิดกฏหมาย เว็บพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะไม่ให้คุณฟรีๆหรอกครับ ร้อยละ 99 ผม ขอฟันธงเลยว่าจะให้ของแถมเป็นไวรัสเวลาเข้าเว็บเค้าล่ะครับ ถ้าคุณไม่อยากติดไวรัสล่ะก็ พฤติกรรมเหล่านี้ห้ามทำเด็ดขาดเลยครับ

ต่อให้มีโปรแกรมแอนติไวรัสที่ดีแค่ไหน ยังไงก็เอาไม่อยู่หรอกครับ


2. เด๊วนี้คนสร้างไวรัสเค้าฉลาดกันมากครับ ขนาดเล่นแผนซ้อนแผนกันเลยทีเดียว

ซึ่งก็คือเค้าแนะนำให้โหลดแอนตี้ไวรัสของเค้า ให้เราโหลดไปใช้ แต่จริงๆแล้วที่เราโหลดมาจากเค้ามันก็คือไวรัสครับ ไม่ใช่แอนตี้ไวรัสแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นเวลามีอะไรแปลกๆขึ้นมา ซึ่งไม่ได้มาจากโปรแกรมในเครื่องที่เรามีอยุ่เช่น your computer are infected, download this program to disinfect now หรือ to see this video or file, download this movie player อย่ากดเลือกเด็ดขาด เพราะตัวมันเองคือ Trojan horse ซึ่งจะนำพาเพื่อนๆไวรัสมันมาอีกเพียบ และถ้าเครื่องคุณมีอะไรแบบนี้ขึ้นมาyour computer are infected, download this program to disinfect now แปลว่าเครื่องคุณติดไวรัสแล้วจริงๆ แนะนำให้อ่านวิธีกำจัดไวรัสข้างล่างครับ


3. อย่างต่อไปคือ ผมอยากจะแนะนำให้ เลิกใช้งานโปรแกรม internet explorer ครับ

คือตัวโปรแกรมนี้มีข้อเสียหลายอย่าง มันมีช่องโหว่ของตัวโปรแกรมซึ่งจะทำให้ไวรัสเข้าเล่นงานเครื่องของคุณได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้มันยังทำงานได้ช้ามากอีกด้วยครับ

เชื่อหรืิอไม่ครับ ว่าโปรแกรมที่ผมจะแนะนำให้ทุกท่านใช้นี้ เปิดเว็บเร็วกว่าโปรแกรม internet explorer ถึงเกือบ 40 เท่า โปรแกรมที่ผมว่านี้คือ google chrome ครับ เชื่อไม่เชื่อ ต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ

4. Update โปรแกรม antivirus ทุกตัวเป็นประจำ เพราะไวรัสใหม่ๆออกมาทุกๆวัน ต้องอัพเดทข้อมูลของเราให้ทันสมัยอยุ่เสมอด้วย!


5. อย่าเปิด e-mail จากคนที่ไม่รู้จัก หรืออย่ารับไฟล์ผ่านทาง MSN โดนที่ไม่ได้ขอให้เพื่อนส่งไฟล์นั้นให้ หรือ อย่าคลิกลิ้งที่เพื่อนส่งให้ผ่าน MSN

เพราะบางทีพวกนี้เพื่อนเราไม่ได้เป็นคนส่งให้ แต่เป็นพวกมัลแวร์ที่บังคับให้เครื่องของเพื่อนส่งมาให้อีกทีหนึ่ง

.......................................................................

วิธีป้องกันไวรัสจากแฟลชไดว์

1. ก่อนอื่นเราต้องมีโปรแกรมช่วยเราในการป้องกันไวรัสก่อนครับ

ตอนนี้ผมขอแนะนำ 2 ตัวนี้แล้วกันนั่นคือ Avast home edition และอีกอันคือ Malwarebyte’s anti-malware ดาวโหลดทั้งสองตัวนี้มาฟรีๆเลยครับที่เว็บ http://download.cnet.com/windows/

หลังจากดาวโหลดมาแล้วให้ install แล้วก็ update ตัวโปรแกรมให้ทันสมัยที่สุดเลยนะครับ

(ในกรณีที่คุณมีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสอยู่แล้วก็ไม่ต้องดาวโหลดโปรแกรมข้างบนนะครับ ใช้โปรแกรมที่คุณใช้อยู่ก็ได้ แต่ถ้าอยากใช้โปรแกรมที่ผมแนะนำไปด้านบนแล้วล่ะก็ ต้อง uninstall โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่มีอยู่ในเครื่องก่อนหน้าออกก่อนนะครับ ไม่งั้นมันจะไม่จัดการไวรัสแล้วล่ะครับ โปรแกรมมันจะตีกันเอง)


2. คุณรู้มั้ยครับว่าเวลาเราเสียบแฟลชไดว์กับเครื่องคอมเรา ส่วนใหญ่แล้วไวรัสมันจะวิ่งเข้าคอมเราตั้งแต่ตอนเราเสียบเลย?ไม่ใช่ตอนเปิดไฟล์

แต่ก็โชคดีครับที่มีคนไทยคนเก่งรู้ความลับตรงนี้ เลยออกมาเป็นโปรแกรมที่จัดการด้านนี้โดยเฉพาะชื่อว่า CPE17 Autorun Killer โหลดฟรีที่เว็บนี้นะครับ www.cpe17.com


3. สุดท้ายครับ พอเราเสียบแฟลชไดว์กับเครื่องคอมเราอย่าเพิ่งเปิดดูไฟล์ข้างในนะครับ สแกนด้วยโปรแกรมแอนตี้ไวรัสก่อนเป็นอันดีที่สุด

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

นอกจากวิธีป้องกันไวรัสที่เขียนไว้ในข้างบน ผมยังมีเคล็ดลับอีกเล็กๆน้อยไม่ว่าจะเป็น...

  • การแบ็คอัพข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต(เผื่อฉุกเฉิน)
  • หรือการใช้งานลินุกที่ชื่อว่า Ubuntu ซึ่งถ้าคุณใช้อูบันตูแล้วล่ะก็ลืมไปได้เลยครับว่าโลกนี้มีไวรัสอยู่ เอาไว้ผมจะนำมาเขียนในโอกาสต่อไปครับ~


หมายเหตุ ในบทความนี้ผมจะใช้คำว่าไวรัสตลอด เพราะไม่อยากให้ผู้อ่านสับสน แต่จริงๆแล้ว ใช้คำว่าไวรัสมันก็ไม่ถูกซะทีเดียวผมเลยคิดว่าน่าจะให้ความหมายของคำศัพท์ เอาไว้ด้วย ตามนี้ครับ

Virus: เป็นตัวที่ก่อปัญหา เช่น ลบไฟล์เอกสารสำคัญทำให้เครื่องเปิดไม่ได้ เป็นต้น แต่ปัจจุบันลดจำนวนลงค่อนข้างมาก เพราะคนสร้างไวรัสสร้างไปแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

Malware: เป็นชื่อเรียกรวมๆของ spyware, adware พวกนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมันสามารถขโมยรหัสบัตรเครดิต, password อีเมล พูดง่ายๆคือ มันจะขโมยตังค์คนที่โดนนั่นเอง หรือบางทีมันก็ขึ้นมาเป็นโฆษณาที่สร้างความลำคาญก็มีเหมือนกัน

Trojan: เหมือนกับม้าโทรจันในหนัง troy คือ ถ้ามันเข้ามาในเครื่องแล้วมันจะเปิดประตูให้ไวรัส และมัลแวร์จำนวนมากเข้ามาในเครื่องได้ ถ้าเครื่องติดโทรจันถือว่าอาการหนัก ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูงมาก

Rootkit: ขออธิบายว่าโหดมาก คือถ้าติดแล้วโอกาสที่จะแก้ได้ยาก rootkit จะเป็นเหมือนโทรจัน หรือไวรัสขั้นสูงสามารถหลบหลีกการตรวจจับของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสได้ หรือถ้าตรวจจับได้ก็อาจจะกำจัดไม่ได้ ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

Antivirus software: กำจัดไวรัสได้อย่างเดียว กำจัด malware ได้บ้าง และอาจจะกำจัดโทรจันได้ ถ้าติดตั้งantivirus software แนะนำให้ติดตั้ง antispyware software เพิ่มด้วย

antivirus ที่แนะนำคือ avast home edition (สาเหตุที่แนะนำเพราะมันทำงานได้เร็วมากและฟรีด้วย)

Antispyware software: ส่วนใหญ่จะกำจัดได้แต่ spyware อย่างเดียว แต่ก็มีประโยชน์มาก เพราะปัจจุบัน spyware ได้รับความนิยมอย่างมาก

โปรแกรมที่แนะนำคือ malwarebyte’s anti-malware (ฟรี)

Internet security: เป็นชุดโปรแกรมที่รวม anti-virus, anti-spyware, firewall, anti-phishingand anti-rootkit เข้าด้วยกัน โปรแกรมแบบนี้ดีสุด ป้องกันได้สูงสุด

โปรแกรมที่แนะนำคือ Nortoninternet security (ราคาประมาณ 1000 บาท)

Firewall: เป็นเหมือนด่านตรวจคนเข้าเมืองจะช่วยป้องกันโทรจันและป้องกันเครื่องไม่ให้ถูกแฮ็ก

Anti-phishing: คือ สมัยนี้จะมีการสร้างหน้าเว็บหลอกขึ้นมาเพื่อหลอกขโมยพาสเวิร์ดบัตรเครดิตถ้า เราดันกรอกข้อมูลลงไปในเว็บหลอกซึ่งทำได้เหมือนหน้าเว็บจริงๆอย่างมาก เราก็โดนขโมยตังค์ (ส่วนใหญ่พวกนี้จะส่งลิ้งเว็บหลอกมาทางอีเมลล์ ซึ่งก็มีความเป็นได้ว่าเครื่องคอมของท่านโดน spyware มาก่อนแล้วแฮกเกอร์จึงรุ้ว่าคุณทำธุรกรรมการเงินผ่านเว็บไหนบ้างแล้วจึงทำเว็บหลอกที่เหมือนจริงออกมา)

 

วิธีกำจัดไวรัส (coming soon) - โปรดติดตามตอนต่อไป

 

edit @ 12 Apr 2009 19:17:49 by nutelrooy